Thanks w/o byenior

ขอบคุณ……….

ขอบคุณทุน พสวท. ที่ให้โอกาสคนขี้เกียจ ทำตัวไร้สาระอย่างผม
ขอบคุณพ่อกับแม่ และนักศึกษาแพทย์ปี 5 ที่ลุ้นยิ่งกว่าผมเสียอีก
ขอบคุณดร.เหน่ง ที่ให้คำปรึกษาแบบไม่เหมือนใคร และไม่มีมุมมองความคิดใครเหมือน
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่ไม่ตั้งความหวังกับผมมากเกินไป
ขอบคุณพี่แอ๋ม ที่เล่าประสบการณ์สัมภาษณ์ปีที่แล้ว
ขอบคุณกำลังใจดีๆจากพี่ที่แลป C301A&B ที่เป็นแหล่งข่าวชั้นเยี่ยม และโรงอาหารที่ดีที่สุดในคณะวิทย์
ขอบคุณโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ก้าวแรกที่ทำให้ผมหัดเดิน
ขอบคุณคณะวิทยาศาสตร์ มหิดล สำหรับเนื้อหาวิชาการอันเข้มข้น มีทุกเรื่องที่สอนในข้อสอบ แต่จำไม่ได้ซักอย่าง โดยเฉพาะความรู้จาก C603
ขอบคุณบริษัท Nikon ที่สร้างของเล่นคลายเครียดชั้นหนึ่งสำหรับคนขี้เกียจ
ขอบคุณเวบ pixpros.net สำหรับแรงบันดาลใจในการไปเรียนต่างประเทศ

และขอขอบคุณคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ที่ไล่ พตท.ทักษิณ ชินวัตร ลงจากตำแหน่ง ปีนี้ีโอกาสจึงมีมากขึ้น

ที่ตรงนี้ ณ ตอนนี้ มันคงไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่มันเป็นก้าวแรกบนเส้นทางอันยิ่งใหญ่

Posted in Uncategorized | 17 Comments

8

วันนี้ทำแลปที่คณะดึกที่สุดเท่าที่เคยทำมา
เลิกสี่ทุ่ม(ดึกมะ 555)

ออกจากคณะมา BTS ก็ต้องนั่งรถเมล์แน่แท้ เพราะวินมอไซค์ที่ถูกที่สุดในประเทศหมดเวลาให้บริการในขณะนั้น
ทันทีที่ผมก้าวออกมาถึงประตูหน้าคณะ
รถเมล์สีเหลืองสดก็แล่นเข้ามา ทำให้ผมนึกถึงรถเมล์อัศวินราตรีในเรื่องพ่อมดแม่มด
ไม่รอช้า โบกทันทีทันใด ไม่ใช่เหตุผลว่าอยากรีบกลับบ้านมาเล่นเกมหรอก

แต่ยังไม่เคยนั่งรถเมล์รุ่นนี้ซักที ตั้งแต่เขาเอามาวิ่งใหม่ๆเมื่อปลายปีที่แล้ว ดูโดดเด่นสะดุดตามากๆ
เข้าไปข้างในต้องถึงกับอึ้ง

นี่มันยังกับรถเมล์ที่เมืองนอกชัดๆ
เหมือนเด๊ะๆ ทั้งการจัดวางที่นั่ง เสาที่จับ และรั้วกั้นคนขับอย่างเป็นสัดส่วน แทบจะเรียกได้ว่ามีห้องส่วนตัวกันเลยทีเดียว
คนเก็บตั๋วก็มีตู้เก็บกระเป๋าสตางค์ด้วย จะได้ไม่ต้องถือตลอด หรือเอาไปพาดไว้ตรงที่จับเหนือประตูอีก
โอวว….หรูโคตรๆ

ยิ่งไปกว่านั้นครับ มีกล้องวงจรปิดด้วย
เข้………

เป็นกล้องวงจรปิดอยู่เหนือประตูหลัง เอาไว้ให้คนขับมองว่ามีคนขึ้นลงกันหมดหรือยัง เผื่อไว้ในกรณีคนแน่
รถเมล์ไฮเทคที่สุดในประเทศจริงๆ

สายแปดจงเจริญ
ว่าแต่บริษัทมันเอาเงินจากไหนมาซื้อรถใหม่ๆแบบนี้เนี่ย

blog นี้ไม่มีอะไรเลย บ่นเฉยๆ
555

Posted in Uncategorized | 15 Comments

เบื่อ…….

เปิดอ่านบล๊อคของคนๆหนึ่งที่เมย์ส่งมาให้
ไปเจอเรื่องๆนึง

http://storyonthewall.exteen.com/20070702/entry







"นี่กรูกำลังทำอะไรอยู่วะเนี่ย" ผมนึกในใจ
นี่มันเวลามาอ่านการ์ตูนเรอะ!!!!!

นี่มันเวลามาเปิดมัลติพลายสินะ
หรือว่านี่มันเวลาเปิดพิกโปรดอตเนตต่างหาก

ภูเขาลูกนึง รอให้ผมปีนขึ้นไปอยู่
จะว่าปีนง่าย ก็ง่าย จะว่าปีนยาก ก็ยาก
มันอยู่ที่การเตรียมพร้อมก่อนปีนเขา

อ่านการ์ตูนเรื่องนี้ แล้วคุณคิดว่า ผมจะปีนมันดีไหม?

"นี่กรูทำเจี้ยะอะไรอยู่ฟระเนี่ย……"

Posted in Uncategorized | 14 Comments

Balloon

ลูกโป่งสวรรค์…..

บรรจุแก๊สฮีเลียม ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า….

ท้ิองฟ้าที่สูงไกลสุดลูกหูลูกตา….

ย่อมรู้ดีกันว่า ไม่มีลูกโป่งใดที่สามารถลอยขึ้นสูงได้ตลอดไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ไม่ว่าจะเป็นลูกโป่งขนาดเท่าฝ่ามือ หรือลูกโป่งยักษ์โฆษณา

อย่างไรก็คงต้องมีวันที่ต้องแตก และตกลงกลับสู่เบื้องล่าง ที่ๆมันเริ่มลอยขึ้นไป…..

แม้ว่าลูกโป่งสวรรค์จะรู้ดีว่า อย่างไรก็จะต้องแตก
มันก็ยังคงหนักแน่นที่จะลอยขึ้นฟ้า

เพื่อที่จะพบกับอิสระเสรี……..

Posted in Uncategorized | 11 Comments

ค่ายตู้

กลายเป็นชื่อ common name ไปซะแล้ว สำหรับ "ค่ายตู้" จะเติม ไอ้ หรือ อี ก็แล้วแต่
แม้แตผมเองก็ยังจำชื่อค่ายไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำไป ชื่อค่ายอยู่ใน blog ไอ้ใหม่แล้ว อ่านเองเด้อ

ค่ายนี้จัดตั้งแต่วันศุกร์ ยาวจนถึงวันอาทิตย์
แต่เนื่องจากว่าทำการบ้านไม่ได้ มานั่งแก้โจทย์ถึงเช้า และส่งคาบแรกวันนั้น เป็นการบ้านที่ร้อนดีแท้ ก็เลยไปค่ายไม่ทันในวันศุกร์ อดดู science show และลีลาโดดยาง ฝีเท้าของเด็กประถมที่สยบไอ้เบ้งได้อยู่หมัด
ลองมานั่งทบทวนดู รู้สึกหน้าที่ที่ทำในค่ายนี้มีแค่สองอย่างจริงๆ ก็คือถ่ายรูปตลอดค่าย กะเล่นกีตาร์ชิลๆตอนกลางคืน ซึ่งอย่างอื่นก็ช่วยทำแบบหยิบมือ จับโน่นนี่นิดหน่อย ขนาดเล่นกับเด็ก ก็เพิ่งมาแหย่เล่นกันตอนชั่วโมงสุดท้ายก่อนกลับนี่เอง

แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายกับค่ายนี้ของผมมี 2 อย่าง ซึ่งมันน่าประทับใจมากๆสำหรับผม

อย่างแรก….
ชาวบ้านที่นี่รักโรงเรียนเหมือนลูกหลานเค้าจริงๆ ทุกอย่างที่สามารถทำประโยชน์ให้โรงเรียนได้ เขาก็จะทุ่มให้เต็มที่ เด็กมหิดลมาทำค่ายช่วยเหลือโรงเรียน แม้จะเป็นการช่วยเหลือเล็กๆน้อยๆ จุดประกายวิทยาศาสตร์ให้น้องๆ แต่ชาวบ้านก็ช่วยเหลือเต็มที่ ราวกับพวกผมเป็นผู้กอบกู้โรงเรียนเสียอย่างนั้น ทำอาหารมาให้ทานกันจนอิ่มหนำสำราญ ทั้งๆที่ตู้ก็เคยบอกชาวบ้านไปแล้วว่า จะขอให้ชาวบ้านทำอาหารมาให้ แล้วทางค่ายก็จะออกเงินให้ ทำนองว่าสั่งอาหารมาเลี้้ยงชาวค่ายนั่นเอง

แต่ชาวบ้านไม่ยอมเก็บเงิน !!!
มีคนเล่าว่า ชาวบ้านให้เป็นน้ำใจ ตอบแทนนักศึกษาที่มาช่วยโรงเรียน ถ้าบอกแต่แรกว่ามาช่วยโรงเรียน จะให้ฟรีๆตั้งแต่แรกเลย ไม่ต้องสั่งอาหารเสียด้วยซ้ำ
มีทางไหนที่จะช่วยได้ ก็ทำเต็มที่ และร่วมแรงร่วมใจกันดีมาก จนน่าประทับใจ บางครั้งก็คิดไปเสียอีกว่า การที่เราร่วมแรงร่วมใจมาช่วยโรงเีรียนนี้ ยังมีค่ามากไม่เท่ากับมูลค่าอาหารที่ชาวบ้านเลี้ยงให้ ไม่ได้รวมไปถึงน้ำใจที่ชาวบ้านมีให้ ซึ่งประเมินมูลค่าไม่ได้เลย แม้ว่าชาวบ้านจะไม่มีการศึกษาสูงมากนัก แต่พวกเขาก็รู้ว่าโรงเรียนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะพัฒนา หล่อหลอมอนาคตของพวกเขาให้เติบใหญ่ เป็นกำลังสำคัญให้กับหมู่บ้านได้

กิจกรรมตอนกลางคืน มีให้เขียนความประทับใจลงในแผ่นกระดาษ
ผมไม่ลังเลเลยที่จะเขียนคำว่า "น้ำใจ" ที่ชาวบ้านมีให้ ลงไปในกระดาษแผ่นนั้น

ส่วนอีกความประทับใจของผม นั่นคือ ผอ. แต่ผมขอเรียกว่าครูใหญ่ดีกว่า ดูอบอุ่นดี ดูเหมาะมากกว่าจะเรียกว่า ผอ.
ครูใหญ่เป็นคนที่ไฟแรงมากๆคนหนึ่งที่ผมเคยเห็น เสียสละมาดูแลโรงเรียนที่แทบจะถูกละเลยจากทางรัฐไปแล้ว แทบทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตั้งแต่ระบบไฟ น้ำ หนังสือ การเรียนการสอน
ที่น่าประทับใจยิ่งกว่า คือครูใหญ่เป็นคนที่ไฟแรง และยังไม่หยิ่ง อีโก้สูงด้วย พูดคุยกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง ชาวบ้านสูงอายุบางคนที่เอาอาหารมาให้ หรือมาส่งเด็กอนุบาล ระหว่างรอเด็กมหิดลทำกิจกรรมเสร็จ ก็ไปนั่งหลบดูอยู่ไกลๆ ก็ครูใหญ่นี่แหละ เดินไปคุย และชวนเข้ามาคุยอยู่บริเวณตึกด้วยกัน

เป็นคนที่หาได้ยากมากๆในสังคมเมืองจริงๆ

กำลังใจส่วนหนึ่งที่ทำให้ครูใหญ่มีพลังที่จะพัฒนาโรงเรียนไปเรื่อยๆ มาจากชาวบ้านนี่้เอง วันก่อนกลับนั่งแอบฟังครูใหญ่พูดกับเพื่อนๆในค่ายกลุ่มนึง ครูใหญ่เล่าว่าชาวบ้านชอบที่จะมาคุยกับครูบ่อยๆทุกวัน สลับกันมาบ้าง พูดคุยถึงอะไรหลายๆอย่าง ทั้งการเรียนของลูกหลาน และการพัฒนาโรงเรียน แสดงถึงความเอาใจใส่ และความรักที่พวกเขาพร้อมจะทุ่มเทเพื่อโรงเรียนเล็กแห่งนี้

ไม่รู้สินะ ่ผมเชื่อ…
เชื่อว่า…แม้ว่าเส้นทางจะยังอีกยาวไกล แต่โรงเรียนนี้มีอนาคตไกล ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด หรือประเทศ
ผมเชื่อว่าโรงเรียนสามารถสอนให้เด็กตัวเล็กๆเหล่านี้พึ่งตนเองได้อย่างแน่นอน และเป็นกำลังในการสร้างชุมชนให้มีพลังได้

แค่พลังของครูใหญ่ และพลังของชาวบ้าน ก็ประจักษ์ให้เห็นชัดขนาดนี้แล้ว

มื้อกลางวันวันอาทิตย์ มื้อสุดท้ายที่จะได้กินอาหารฝีมือชาวบ้าน มื้อนี้แกงเขียวหวานอร่อยมาก อร่อยจนต้องไปเติมถึงสามรอบ
ชาวบ้านถามผมว่า
"แกงเขียวหวานอร่อยไหม กลับไปก็จะจำความอร่อยของแกงได้มั้ย…..
แต่ถึงยังไงก็คงจำหน้าของคนทำแกงไม่ได้หรอกมั้ง"

ประโยคนี้ทำเอาผมอึ้งไปพักหนึ่ง
ก่อนที่จะไปโซ้ยแกงต่อ

Posted in Uncategorized | 11 Comments

Happy Meal

วันนี้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
 
ไปเลี้ยงน้องกะเพื่อนๆมา กินอิ่มปลาเผา และก็อิ่มเพราะปลาเผาจริงๆ
ราคาถูกมากๆ ซัดกันแหลก แต่ตกหัวละไม่ถึงสองร้อยเท่านั้น
 
ร้านนี้สุดยอดดดดด
 
ที่ว่ารู้สึกดีเนี่ย
เพราะไม่เห็นเพื่อนๆในกลุ่มมารวมตัวนานมากๆแล้ว ไม่ได้คุยกลุ่มใหญ่ๆ นั่งขำ เฮฮา
 
เสียงพูดโอ้อวดสรรพคุณของไอ้บุ๋ยก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง
ริน ก็ยังเป็นเจ้าแม่ร้านอาหาร คุมการสั่ง เก็บเงิน เหมือนเดิม
ป๊อก เก่งจริงๆที่เกือบจะได้หลงไปวงเวียนใหญ่ ทั้งๆที่ร้านอยู่วงแหวน
หนุ่ย ปอย ใหม่ นั่งโต๊ะเดียวกัน ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาหารหมดเร็ว(เพราะโดนโต๊ะข้างๆแย่งกิน 555)
บุรุษจัดแท็กซี่ ไอ้ชุ่ย ทำงานดีมาก กรูโดนด่าเลย มันกินจิ้มจุ่มไม่ยอมชวนอีก โฮกกก กรูกินปลาเผา
ส่วนลูกแก้ว รู้สึกจะนั่งเงียบ (มั้ง)
 
กลับมาเปิดดูรูปที่ถ่ายไว้
อดอมยิ้มไม่ได้
ทำไมเลนส์กรูมันถ่ายออกมาสวยอย่างนี้วะ….
เอ้ย
ทุกภาพ บรรยากาศในร้าน แฝงไปด้วยความอบอุ่น
บอกไม่ถูกว่ะ
 
แต่วันนี้สนุกมากจริงๆ
 
ปล. มีเรื่องอัพสเปซแล้วโว้ยยยย
ปล2. เบื่อ Microsoft ทำไมมันเป็น antibody กะ firefox หรือไงฟะ
hotmail ก็เข้าไม่ได้ แถมยังอัพรูปขึ้น space ไม่ได้อีก ต้องมาทำใน IE

Posted in Uncategorized | 7 Comments

วันชัย ตัน เล่าเรื่องพม่า

ขอไว้อาลัยให้กับพระสงฆ์และประชาชนชาวพม่าผู้เสียชีวิตจากการถูกรัฐบาลทหารพม่าเข่นฆ่าอย่างโหดร้ายทารุณเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

 ขณะที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับนี้
สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานตรงกันว่า
มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่าร้อยคน
แต่ทางการพม่าอ้างว่ามีผู้เสียชีวิตไม่ถึงสิบคน

ก่อนหน้านี้คนพม่าที่อยู่ภายใต้การปกครองของทหารพม่ามากว่าครึ่งศตวรรษ
ได้ออกมาเดินขบวนประท้วงรัฐบาลเผด็จการที่ขึ้นค่าน้ำมันรวดเดียว 500 % 

เพราะรัฐบาลถังแตก ไม่มีเงินคลัง  จากการคอร์รัปชั่น
และโกงกินกันมโหฬาร จึงต้องมารีดเอากับคนพม่าทั่วไป
สร้างความโกรธแค้นให้กับชาวพม่าที่ยากจนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
คราวนี้จึงพร้อมใจออกมาเดินนอกถนนอย่างไม่กลัวตาย
โดยมีพระสงฆ์หลายหมื่นรูปเป็นหัวขบวนในการประท้วงครั้งนี้

ประท้วงกันอยู่หลายวัน ในที่สุดนายพลตาน ฉ่วย
ผู้นำสูงสุดตลอดกาลของพม่าก็ไม่สนใจนานาประเทศที่เรียกร้องไม่ให้ทหารพม่าใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่เดินขบวนอย่างสงบ

นายพลตาน ฉ่วยสั่งกองทหารที่ประจำการอยู่แดนไกลมาไล่สังหาร
และทุบตีชาวพม่าอย่างเลือดเย็น ต่อหน้าสายตาผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลก
ผ่านวิดีโอคลิป

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมนึกถึงเมื่อครั้งไปเที่ยวพม่าเมื่อหลายเดือนก่อน
ผมซึมซับได้เลยว่า คนพม่าโดยทั่วไปเป็นคนน่ารัก
จิตใจดีตามแบบฉบับของชาวพุทธ แต่ทหารพม่าไม่มีใครชอบเลย
สายลับพม่ามีสอดแทรกอยู่ทั่วไปในพม่า
คอยรายงานให้ทหารรู้ว่ามีใครกระด้างกระเดื่องต่อรัฐบาล

หลายเรื่องที่เผด็จการทหารพม่าสร้างไว้เพื่อให้คนพม่าด้วยกันนินทามาตลอด

เริ่มตั้งแต่การขับรถในพม่าที่นับว่าแปลกประหลาดที่สุดแห่งหนึ่งในโลก 

ก่อนหน้านี้คนพม่าขับรถเหมือนบ้านเรา คือขับชิดเลนซ้าย
พวงมาลัยรถอยู่ด้านขวา ตามแบบประเทศอาณานิคมของอังกฤษ ต่อมาในปีพ.ศ. 2505
เมื่อนายพลเนวินทำรัฐประหารยึดอำนาจได้สำเร็จ ได้ประกาศให้ขับรถเลนชิดขวา
ด้วยเหตุผลเพื่อแสดงความเป็นชาตินิยมไม่ขึ้นกับอังกฤษ
ผลก็คือเกิดอุบัติเหตุคนตายบาดเจ็บมากมาย เพราะรถพวงมาลัยขวา แต่ขับเลนขวา
ผลก็คือ ขับรถก็ยาก ลงจากรถไม่ระวังก็อาจถูกรถอีกฝั่งเฉี่ยวเอาได้

แต่คนพม่าด้วยกันเองเชื่อว่าสาเหตุที่นายพลเนวินเปลี่ยนเลนขับรถมาชิดขวานั้น
เพราะแกเชื่อหมอดูมากกว่าเรื่องชาตินิยม  เนื่องจากหมอดูทักว่า
พรรคการเมืองที่นายพลเนวินสนับสนุนเป็นพรรคฝ่ายขวา
หากมีการเลือกตั้งและต้องการให้พรรคฝ่ายขวาชนะ
ก็ต้องแก้เคล็ดด้วยการเปลี่ยนมาขับรถเลนขวา แทนการขับรถเลนซ้าย
เนวินจึงประกาศให้เปลี่ยนแปลงการขับรถมาชิดเลนขวา

หลังจากนั้นเนวินก็ครองอำนาจมาตลอด ไม่เกี่ยวกับการทำนายของหมอดู แต่เป็นเพราะพม่าไม่เคยมีการเลือกตั้ง

พอมาถึงรัฐบาลทหารของนายพลตานฉ่วย ก็เชื่อหมอดูอีก หมอดูทำนายว่า
หากจะให้ท่านผู้นำมีความมั่นคงมาก ๆ
ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพม่าเป็นการแก้เคล็ด
โดยการย้ายเมืองหลวงจากย่างกุ้งไปเมืองแห่งใหม่มีชื่อเรียกว่า เนปิดอว์

ผมเคยนั่งรถผ่านทางเข้าเมืองหลวงแห่งใหม่ เป็นถนนแปดเลน ไฟฟ้าสว่างไสว
เหมือนกับทางเข้าจังหวัดสุพรรณบุรี
ขณะที่ถนนทางหลวงทั่วไปเป็นแค่สองเลนแคบ ๆ เต็มไปด้วยหลุมบ่อ
เวลารถขับสวนกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องลงข้างทางไปก่อน
เพราะรัฐบาลไม่มีเงินมาซ่อมถนน

คนพม่าบอกว่าเป็นเมืองหลวงของทหาร ไม่ใช่ของประชาชน

เมืองพุกามที่ผมไปเยือนมา พบว่ามีเจดีย์ใหม่ ๆเกิดขึ้นหลายแห่ง
และมีชื่อเจดีย์เหมือนชื่อนายพล  ชาวพม่าเรียกสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ว่า
เจดีย์นายพล

ที่น่าสลดใจคือเจดีย์นายพลไม่ได้สร้างใหม่
แต่สร้างอยู่บนรากฐานของเจดีย์โบราณสถานเก่าแก่ของพุกาม
ที่ถือว่าเป็นการทำลายมรดกของโลกโดยสิ้นเชิง

 เมื่อเร็ว ๆนี้ นายพลตานฉ่วยจัดพิธีแต่งงานให้ลูกสาวตัวเอง
ถือว่าเป็นงานแต่งงานที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่สุด 
และบิดาได้ให้สินสมรสกับลูกสาวเป็นเงินถึง 50 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ
คนพม่าเม้าท์กันทั้งเมืองว่า
เป็นเงินที่คุณพ่อสั่งให้บรรดาบริษัทต่างชาติที่ไปลงทุนในพม่าบริจาคให้รายละ
1 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ

บริษัททุกแห่งในพม่าจะมีชื่อของลูกหลานนายพลพม่าเป็นกรรมการบริษัท
แต่ไม่ต้องทำอะไร สิ้นเดือนก็มารับเงินเบี้ยประชุมคนละ 1,000 
ดอลล่าร์สหรัฐ
 ห้องรับรองภายในคฤหาสถ์ของนายพลตานฉ่วย จะมีเก้าอี้ตัวหนึ่งสูงกว่าปรกติ
ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางห้อง คนพม่านินทาว่าคือบัลลังก์ของนายพลตานฉ่วย

ผู้นำพม่าคนนี้คิดว่าตัวเองใกล้จะเป็นกษัตริย์เข้าไปทุกทีแล้ว ขณะที่ลูกสาวก็บังคับให้คนรอบข้างเรียกว่า  Princess

เมื่อประมาณห้าสิบปีก่อน
พม่าได้รับการยกย่องว่าเป็นชาติที่ร่ำรวยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย
พลเมืองมีการศึกษาสูงที่สุด ชาวพม่าเคยภูมิใจในความยิ่งใหญ่ของตนเอง

แต่รัฐบาลทหารพม่าตั้งแต่นายพลเนวินมาจนถึงนายพลตานฉ่วย ได้ใช้เวลาไม่กี่สิบปี ทำให้พม่ากลายเป็นประเทศยากจนที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง

เพื่อนพม่าบอกผมว่า ประเทศเพื่อนบ้านรู้จักพม่าในฐานะ แรงงานพม่า
คนใช้ราคาถูก
แตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิงที่พม่าเปรียบเสมือนไข่มุกแห่งเอเชีย
เป็นดินแดนของคนมีความรู้สูง พูดภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว

ผมขับรถไปตามชนบท ได้รับทราบว่า
ประชากรพม่าเป็นโรคตาบอดกันมากขึ้นโดยเฉพาะเด็ก  เพราะขาดสารอาหาร 
รัฐบาลไม่เคยเหลียวแลระบบสาธารณสุข หรือปัจจัยสี่ของประชาชนเลย
แม้กระทั่งเงินหรือสิ่งของที่ได้รับการบริจาคจากเมืองนอกเพื่อนำมาซื้ออาหารให้แก่คนขาดอาหาร
ก็ถูกทหารพม่าโกงไปซึ่ง ๆ หน้า

ในขณะที่ทรัพยากร ป่าไม้ น้ำมัน แร่ธาตุต่าง ๆ
ตกอยู่ในการครอบครองของบริษัทต่างชาติที่ได้สัมปทานมาขุดเอาไป
แต่รายได้มหาศาลไม่เคยเข้าประเทศ ตกอยู่ในกระเป๋าของนายพลไม่กี่คน

ในพม่าซิมการ์ดของโทรศัพท์มือถือราคาแพงหูฉี่อันละ 80,000 บาท
เพื่อป้องกันไม่ให้คนพม่าทั่วไปสื่อสารได้ ส่วนอินเตอร์เน็ตในพม่า
คนธรรมดาอย่าหวังว่าจะมีโอกาสได้ท่องโลก หากไม่ใช่คนต่างชาติ
หรืออภิสิทธ์ชน

แต่ที่อินเทรนและรัฐบาลทหารส่งเสริมคือหวยใต้ดิน ที่คนพม่าติดกันงอมแงม
เล่นกันวันละสองรอบ โดยทายผลเลขท้ายสองตัวของการปิดตลาดหุ้นไทย
ช่วงเช้าและช่วงบ่าย

เพื่อนพม่าบอกว่า ตอนที่พวกนายพลทำรัฐประหารใหม่ ๆ
ก็อ้างว่าเพื่อป้องกันความแตกแยกในสังคม
จึงต้องเคลื่อนกำลังทหารออกมาปกป้องประชาชน
และจะรีบคืนอำนาจให้ประชาชนทันที

ผ่านไปไม่กี่ปี คนพม่าจนลงทั้งประเทศ บรรดานายพลรวยกันถ้วนหน้า และยังแบ่งสันปันส่วนครองอำนาจกันต่อไป

มหาวิทยาลัยของคนพม่าถูกปิดไปหลายแห่ง แต่มีมหาวิทยาลัยที่รับเฉพาะลูกหลานของทหารเปิดสอนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรรม แพทย์ เภสัชกร ฯลฯ

ทหารพม่าเป็นชนชั้นอภิสิทธิ์ ที่รอวันล่มสลายในเร็ว ๆ นี้


วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
จากหนังสือสารคดีฉบับที่ 272
http://www.sarakadee.com/blog/oneton/?p=24

Posted in Uncategorized | 10 Comments